นโยบาย

นโยบายพรรคเสรีรวมไทย

พรรคเสรีรวมไทยยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจะธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มุ่งสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางสังคม และความสามัคคีของคนในชาติ เพื่อความก้าวหน้าทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

โดยมีแนวนโยบายด้านต่างๆ ดังนี้

  • ด้านการเมืองการปกครองและความมั่นคงแห่งรัฐ
  • ด้านเศรษฐกิจ  การเงินและการคลัง
  • ด้านการพัฒนาสังคม และแรงงาน
  • ด้านการศึกษาและศิลปวัฒนธรรม
  • ด้านการต่างประเทศ
  • ด้านการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
  • ด้านพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม
  • ด้านการอุตสาหกรรมและการลงทุน
  • ด้านการเกษตร
  • ด้านการสาธารณสุข
  • ด้านการกีฬา
  • ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการวิจัย
  • ด้านกระบวนการยุติธรรม
  • ด้านการพาณิชย์และการค้า

ด้านการเมืองการปกครองและความมั่นคงแห่งรัฐ

พรรคยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ธำรงและเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองตลอดจนความผาสุกแก่ประชาชนในทุกๆด้าน รวมทั้งการให้ประชาชนได้มีสิทธิ์มีเสียงในการแสดงออกด้านการคิด การเขียน และการโฆษณา  ประชาชนมีเสรีภาพในการรวมตัวกันดำเนินกิจการทางการเมืองอย่างเป็นอิสระ

๑. การเมืองการปกครอง

๑.๑ ธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ จะพิทักษ์รักษา และเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดจนยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

๑.๒ ธำรงรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญเพราะตระหนักเป็นอย่างดีว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ จึงมุ่งมั่นที่จะให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด รวมทั้งปรับปรุงและพัฒนาบทบัญญัติแห่งกฎหมายให้มีประสิทธิภาพ รองรับพลวัตรทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ทั้งภายในและระหว่างประเทศ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของสังคมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

๑.๓ มุ่งมั่นที่จะผลักดันการบริหารราชการแผ่นดิน ให้เกิดการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงแห่งรัฐอย่างยั่งยืน น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แนวทางพระราชดำริเข้าใจเข้าถึงและพัฒนา เป็นฐานในการพัฒนาสังคม ส่งเสริมให้มีกระบวนการทำงานที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้

๑.๔ สนับสนุน ส่งเสริม และสร้างโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เพราะตระหนักว่าประชาธิปไตยเกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน จึงมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างโอกาสให้ประชาชน ทั้งระดับชุมชน หมู่บ้าน และท้องถิ่น มีส่วนร่วมในกิจกรรมและกระบวนการทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ได้อย่างอิสระเพื่อนำไปสู่การสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง

๑.๕  กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อสร้างความมั่นคงและเข้มแข็งให้ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมทั่วทั้งประเทศ จะให้การสนับสนุนและส่งเสริมจังหวัดที่มีความพร้อมไปสู่การเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยยึดตามความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นเป็นหลัก

๑.๖ ส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มีธรรมาภิบาล และป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ

1.7 ส่งเสริมและสนับสนุนภารกิจองค์การภาคเอกชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสอดส่อง เพื่อระวัง ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือต่อต้านการทุจริตและวางมาตรการคุ้มครองพยานอย่างมีประสิทธิภาพ

๑.๘  เร่งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและความสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและอย่างเป็นอิสระภายใต้เงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย

๑.๙  รับใช้ประชาชนให้ได้รับความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการกินดีอยู่ดี สร้างเสริมสวัสดิการสังคมที่ดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย มุ่งขจัดความยากจนและความเหลื่อมล้ำในสังคม   สร้างสังคมที่สงบเรียบร้อยและเป็นธรรม ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมให้ลดลง รักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม

๑.๑๐  ส่งเสริมและสนับสนุนการแบ่งแยกอำนาจสามฝ่าย คือ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ให้มีความเป็นอิสระในการทำงาน แต่สามารถควบคุมและตรวจสอบกันได้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างมีธรรมาภิบาล องค์การภายใต้การกำกับดูแล ให้เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ

๑.๑๑  ส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารงานของภาครัฐและองค์การภายใต้การกำกับดูแล ให้มีงบประมาณที่เหมาะสม มีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและมีธรรมาภิบาล ขจัดการเล่นพรรคเล่นพวก การมีผลประโยชน์ทับซ้อน การคัดสรร การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งต้องเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม โปร่งใสและยุติธรรม

๑.๑๒ เร่งรัดและสนับสนุนการกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่นอย่างจริงจัง ในจังหวัดที่มีความพร้อมก็ให้ประชาชนเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง สำหรับจังหวัดที่ยังไม่มีความพร้อมก็ให้มีผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้มาจากหลายทางรวมทั้งการคัดสรรโดยกระบวนการที่เป็นอิสระและมีความน่าเชื่อถือ

๑.๑๓ สนับสนุนให้ทหารเป็นทหารอาชีพอย่างแท้จริงโดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจประสงค์สมัครเข้าเป็นทหารได้ตามความสมัครใจมิใช่การเกณฑ์ทหารแบบเดิม

๒. ความมั่นคงแห่งรัฐ

๒.๑ เสริมสร้างศักยภาพของทุกองค์กร ในการปกป้องประเทศเพื่อรักษาไว้ซึ่งเอกราชและอธิปไตยของชาติ

๒.๒ ส่งเสริมและสนับสนุนบทบาทองค์กรด้านความมั่นคงปฏิบัติภารกิจภายใต้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในชาติ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนองค์การด้านความมั่นคงคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติ

๒.๓ ปรับปรุงและพัฒนาองค์การด้านความมั่นคงให้ทันสมัย มีศักยภาพ ให้สามารถปฏิบัติภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

๒.๔ เร่งแก้ปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย ยึดแนวทางพระราชดำริ “เข้าใจเข้าถึงและพัฒนา” เพื่อเสริมสร้างสังคมสันติสุข และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

๒.๕ ส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือทางด้านความมั่นคง ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม กับนานาประเทศ ในการรักษาไว้ซึ่งสันติภาพของโลกภายใต้กรอบสหประชาชาติ

๒.๖ พัฒนานโยบายเศรษฐกิจความมั่นคง เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจของการป้องกันประเทศกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมเป็นไปอย่างราบรื่น

๒.๗ สนับสนุนให้กองทัพช่วยเหลือสังคมในยามสันติ โดยการเข้ามีบทบาทในงานด้านสิ่งแวดล้อม บทบาทในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย บทบาทในการปราบปรามยาเสพติด การค้าของผิดกฎหมาย การพัฒนาเพื่อความมั่นคงในเขตพื้นที่ชายแดน รวมถึงการส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเขตพื้นที่เป้าหมาย เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต การพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

๒.๘ ด้านอาชญากรรมข้ามชาติ จัดตั้งศูนย์ประสานงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อแลกข้อมูลข่าวประสานและการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างประเทศในการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ ได้แก่ อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ การค้ามนุษย์ การลักลอบเข้าเมือง การก่อการร้ายสากล การค้ายาเสพติด การฟอกเงิน เป็นต้น

ด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง

๑. โครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมและพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถรองรับการขยายตัวทางสังคม ทางเศรษฐกิจ ได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ยกมาตรฐานเส้นทางคมนาคมในชนบทเป็นถนนมาตรฐานสากล ให้ความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งทั้งภายในและระหว่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงกับโครงข่ายคมนาคมขนส่งนานาประเทศ ส่งเสริมและพัฒนาให้ประเทศเป็นศูนย์กลางในการคมนาคมขนส่งของภูมิภาค ปฏิรูปการขนส่งระบบรางให้ทันสมัย ครอบคลุมทั้งประเทศ มีมาตรฐานสากล ยกระดับการบริการ ให้เกิดความรวดเร็ว ปลอดภัย สะอาด สะดวกสบาย อย่างยั่งยืน พัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำและทางอากาศให้เชื่อมโยง เพื่อรองรับการให้บริการขนส่งประชาชนและสินค้าทั่วทุกมุมโลก ยกระดับมาตรฐานการติดต่อสื่อสาร การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โดยส่งเสริมให้มีการบริการอย่างเสรีและเป็นธรรม ขยายโครงข่ายการสื่อสารในชนบทที่ห่างไกลอย่างทั่วถึง และพัฒนาให้มีคุณภาพ

๒. นโยบายการเงิน รักษาเสถียรภาพทางการเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เศรษฐกิจเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นทั้งภายในและต่างประเทศ ให้ความสำคัญต่อการใช้มาตรการทางการเงิน ทั้งด้านเสถียรภาพของระดับราคาและเสถียรภาพของฐานะการเงินของประเทศ ควบคู่กับการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอัตราที่เหมาะสม

๓. นโยบายการคลัง เสถียรภาพทางการคลังส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ อันจะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น จึงมุ่งมั่นให้ความสำคัญต่อการรักษาวินัยทางการคลัง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รวมทั้งเพื่อมุ่งสร้างโอกาสและความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในสังคม โดยเน้นมาตรการการคลังเพื่อกระจายรายได้ กระจายโอกาส และกระจายอำนาจในการบริหารการจัดการทรัพยากรและการคลังไปสู่ท้องถิ่นและชุมชน อันจะนำมาซึ่งความเข้มแข็งไว้แก่เศรษฐกิจชุมชน

๔. พัฒนาปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมด้วยการพัฒนาระบบขนส่งครบวงจรและเทคโนโลยีโดยใช้ระบบโลจิสติคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม การลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้มีศักยภาพในการแข่งขันทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ด้วยการพัฒนาฝีมือให้ตรงต่อตลาดแรงงานอุตสาหกรรม ปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้จูงใจทั้งนักลงทุน และสร้างความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมในภูมิภาคอาเซียน

๕. สนับสนุนและพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมุ่งสร้างผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมให้มีความเข้มแข็ง และให้เข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างทั่วถึง สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ ปรับปรุงและพัฒนาสินค้าให้มีมาตรฐาน รวมทั้งการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดจนสร้างช่องทางการตลาดให้ทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงมากขึ้น

๖.  ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และความกินดีอยู่ดีของประชาชน โดยจะสนับสนุนให้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ควบคู่กับการรักษาแหล่งท่องเที่ยวเดิม โดยคำนึงถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติ และการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเร่งรัดให้มีการพัฒนามาตรฐานการบริการ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สนับสนุนให้องค์การของรัฐและเอกชน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตลอดจนการแก้ไขปัญหาอุปสรรคด้านต่างๆ เพื่อรองรับระบบการค้าเสรี

๗.  ส่งเสริมการเกษตรและพัฒนาชนบทอย่างยั่งยืน สนับสนุนให้เกษตรกรทำการเกษตรด้วยการใช้พื้นที่การเกษตรให้เหมาะสมกับประเภทพืชเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตด้วยอุตสาหกรรมการเกษตร โดยนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมทันสมัยในการผลิต การพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนั้นจะก่อตั้งตลาดกลาง เพื่อการค้าส่งและค้าปลีกด้านการเกษตรในทุกภูมิภาค รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มหรือเป็นระบบสหกรณ์ หรือรูปแบบอื่นๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง

๘. ปรับโครงสร้างการจัดเก็บภาษี ขยายฐานการเก็บภาษีเงินได้ให้ทั่วถึงและเป็นธรรมกับประชาชน ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากขึ้นในการเสียภาษีเพื่อการพัฒนาประเทศ

๙. ปรับปรุงแก้ไขกฎเกณฑ์และข้อกำหนดต่างๆเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษี ให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจของประชาชน ให้ประชาชนพึงพอใจในการเสียภาษี โดยมีความรู้ว่าเงินภาษีที่จ่ายไปนั้นถูกนำไปใช้อย่างโปร่งใสและอย่างไรเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

๑๐. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของภาครัฐลง การจัดทำงบประมาณต้องเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่เสียวินัยทางการคลังและไม่สร้างหนี้สินมากเกินไปจนเป็นภาระแก่ลูกหลานในอนาคต

๑๑. ส่งเสริมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับการลงทุนจากต่างชาติ ด้วยการปรับปรุงกฎหมายและกำหนดมาตรการที่สะดวก รัดกุมและทันต่อภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในโลก

๑๒. สนับสนุนธนาคารและสถาบันการเงินที่ตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนในชนบทให้มากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาสำหรับคนยากคนจน

ด้านการพัฒนาสังคม และแรงงาน

การสร้างความยุติธรรมทางสังคมและการยกระดับชีวิตของประชาชนให้มีคุณภาพที่สูงขึ้น ทั้งทางด้านการศึกษา การให้หลักประกันความมั่นคงในชีวิต สุขภาพอนามัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยคำนึงถึงการแก้ปัญหาคนยากจนและความเหลื่อมล้ำในสังคม พัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความคิดความอ่าน มีความรับผิดชอบ สนใจการเรียนรู้และเห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ตลอดถึงการส่งเสริมให้ประชาชนมีศีลธรรม และดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาติ

๑.  การพัฒนาสังคม

๑.๑  หลักประกันความมั่นคงในชีวิตและอาชีพ

๑.๒ สนับสนุนและส่งเสริมการประกอบอาชีพของประชาชน จัดให้มีสถาบันส่งเสริมวิชาชีพที่ให้ความรู้ ช่วยเหลือและแนะนำวิชาชีพประชาชนให้เป็นหลักประกันในการดำรงชีพในทุกภาคส่วนของประเทศทั้งในระดับตำบลและอำเภอ

๑.๓  สร้างครอบครัวอบอุ่นและเข้มแข็ง ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาสังคม ตลอดจนการให้การสนับสนุนขนบธรรมเนียมประเพณีตามแบบครอบครัวไทย

๑.๔  ส่งเสริมสวัสดิภาพ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการเด็กเร่ร่อนและผู้ด้อยโอกาส โดยมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการจัดให้มีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคราชการและเอกชนและชุมชน ในการสนับสนุนการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จัดตั้งสถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุ ให้มีมาตรฐาน รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ด้อยโอกาสเข้าถึงบริการสาธารณอย่างเป็นธรรม

๑.๕ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยจะมุ่งมั่นในการส่งเสริมให้มีบริการสาธารณที่เอื้อต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตและมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เร่งรัดแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดและปัญหาการจราจร รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

๑.๖ ส่งเสริมและพัฒนาสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน ในการรับรู้และเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ให้ประชาชนได้รับสิทธิเสรีภาพและโอกาสที่เท่าเทียม โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา และเศรษฐกิจ ตลอดจนปรับปรุงการสื่อสารภาครัฐให้ดำเนินไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ และเป็นกลาง สนับสนุนให้มีกฎหมายคุ้มครองวิชาชีพสื่อให้มีอิสระ เสรีภาพ และความรับผิดชอบต่อสังคม

๑.๗ ส่งเสริม ทำนุบำรุงศาสนา การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม โดยส่งเสริมการเรียนรู้และสนับสนุนการนำหลักธรรมของศาสนามาใช้ในวิถีชีวิต โดยการนำศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและภูมิปัญญาพื้นบ้านพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเผยแพร่ให้เกิดความรู้ความเข้าใจในประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมของชาติ

 ๒.  แรงงาน

ปัญหาด้านแรงงานคือปัญหาด้านความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง และความสมดุลระหว่างรายได้ของผู้ใช้แรงงานกับความเป็นจริงของค่าครองชีพในสังคม ปัญหาเร่งด่วนในปัจจุบันคือปัญหาการว่างงาน ปัญหารายได้ขั้นต่ำของผู้ใช้แรงงาน การใช้แรงงานผู้หญิงและเด็กอย่างไม่เป็นธรรม ความไม่ปลอดภัยและความไม่เหมาะสมของสถานที่ทำงาน รวมไปถึงปัญหาการหลอกลวงคนงานไปทำงานในต่างประเทศ

๒.๑  เร่งสร้างโอกาสอาชีพและรายได้ที่มั่นคงเข้าสู่ตลาดแรงงานไทย โดยมุ่งเน้นสังคม เศรษฐกิจจะเจริญเติบโตได้นั้นจำเป็นต้องอาศัยแรงงานเป็นสำคัญ จึงให้ความสำคัญกับระบบแรงงาน โดยจะมุ่งเน้นในการพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคลบนพื้นฐานของเศรษฐศาสตร์แรงงาน

๒.๒ พัฒนาระบบการประกันสังคมให้มีประสิทธิภาพและอำนวยประโยชน์สำหรับผู้ใช้แรงงานให้เป็นรูปธรรม

๒.๓  ส่งเสริมให้มีระบบแรงงานสัมพันธ์และกระบวนการในการระงับข้อพิพาทแรงงานที่รวดเร็วและเป็นธรรม เคร่งครัดต่อการจัดระบบความปลอดภัยในการทำงาน และสวัสดิการแก่ผู้ใช้แรงงาน

๒.๔  ส่งเสริมการยกระดับมาตรฐานการจัดส่งแรงงานไทยไปยังต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน

๒.๕  สร้างตำแหน่งงาน สร้างระบบประกันการว่างงาน การผลิตแรงงาน ส่งเสริมการลงทุนตามถิ่นฐานแรงงาน เพื่อรองรับการจ้างงานในท้องถิ่น ตลอดจนการจัดตั้งสถาบันการเงินของแรงงาน

๒.๖ การคุ้มครองแรงงาน

๒.๗ ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ล้าหลังและไม่เหมาะสม เพื่อให้ความคุ้มครองผู้ใช้แรงงานมากขึ้นในเรื่องค่าจ้างแรงงาน ค่าล่วงเวลา วันหยุด สวัสดิการ การชดเชย เงินทดแทน การร้องเรียนและการดำเนินคดีเมื่อมีข้อพิพาทแรงงาน

๒.๘ คุ้มครองดูแลแรงงานเด็ก สตรี และผู้พิการ

๒.๙  ช่วยเหลือดูแลคนตกงานให้ได้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเหมาะสม ส่งเสริมการเรียนรู้ การฝึกฝนวิชาชีพและการหางานทำใหม่ โดยรัฐจะเข้ามาค้ำประกันในการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีศักดิ์ศรีและได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม

๒.๑๐  ค่าจ้าง รายได้และสวัสดิการ

๒.๑๑ ปรับปรุงอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำให้เป็นธรรม โดยต้องให้ผู้ใช้แรงงานสามารถมีรายได้ที่เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม

๒.๑๒ คนงานต้องได้รับสวัสดิการที่ดี เหมาะสมและเป็นธรรมจากนายจ้าง

๒.๑๓ การพัฒนาความรู้และศักยภาพ ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้และอบรมในด้านเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่ๆแก่คนงาน โดยภาครัฐสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับภาคเอกชนให้ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ เพื่อก้าวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

ด้านการศึกษาและศิลปวัฒนธรรม

การศึกษาเป็นเงื่อนไขแรกที่สำคัญของการวางรากฐานการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน สภาพปัญหาในสังคมไทยที่ผ่านมาล้วนมีพื้นฐานมาจากโอกาสทางการการศึกษาที่ไม่เท่าเทียมกันของประชาชนและความเหลื่อมล้ำทางคุณภาพของสถาบันศึกษาต่างๆ การจัดวางยุทธศาสตร์การให้การศึกษาต่อประชาชน การจัดวางหลักสูตร การเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วม งบประมาณ  รวมไปถึงขวัญและกำลังใจของบุคลากรทางการศึกษา ดังนั้นการปฏิรูปการศึกษาจึงถือเป็นวาระเร่งด่วนและจำเป็นที่ต้องลงสู่การปฏิบัติโดยเร็วที่สุด

๑. การศึกษา

๑.๑ ปฏิรูประบบการศึกษาทั้งระบบเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ แนวทาง หลักสูตร เนื้อหาสาระ กระบวนการเรียนรู้และการปฏิบัติงาน ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา รัฐต้องเติมอย่างสม่ำเสมอการศึกษาไม่มีวันหมดอายุ สามารถสมัครเรียนหลากหลายหลักสูตรอบรมทักษะอาชีพเพิ่มเติมสามารถเรียนทางออนไลน์ด้วยตนเองโดยประเมินลักษณะเฉพาะบุคคล ด้านการวางแผน การศึกษา การทำงานและการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งเน้นปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อย่างจริงจังให้กับเด็ก มีจิตอาสา คุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม มีระเบียบวินัย รู้จักประหยัดและพึ่งตนเอง เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน มีความเข้าใจในคุณค่าของประเพณีและศิลปวัฒนธรรมที่ดีงาม รักธรรมชาติ ชื่นชมในภูมิปัญญาปราชญ์ชาวบ้าน  รู้จักค้นคว้าหาความรู้ รู้จักคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ รู้จักใช้เหตุและผล มีความยุติธรรม  ทั้งกล้าเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงของสังคม เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศและประชาชนต่อไปในอนาคต

๑.๒ บุคลากรครูอาจารย์คุณภาพสูง มีสถาบันการศึกษาแห่งชาติเป็นสถาบันผลิตและพัฒนาครูเข้าสู่ระบบเพียงแห่งเดียว เพื่อทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของครูที่ผลิตเข้าสู่ระบบอย่างมีประสิทธิภาพสามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียนในการคิดวิเคราะห์ มากกว่าการท่องจำ

๑.๓ อาชีพครูมีค่าตอบแทนที่สูง มีเส้นทางอาชีพที่ดี และมีการร่วมมือกับครูคนอื่นๆในการวางแผนและปรับปรุงการเรียนการสอน และมีการปรับปรุงพัฒนาระบบการบริหารและการสอนในโรงเรียนต่างๆให้ใกล้เคียงกันหรือมีมาตรฐานเดียวกัน

๑.๔  โอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกัน โดยรัฐจัดให้มีการศึกษาตั้งแต่แรกเกิดจนถึงระดับปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย เส้นทางการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถถ่ายโอนนักเรียนระหว่างสายวิชาชีพกับสายสามัญเพื่อความถนัดของนักเรียน มีการแบ่งเกรด และกำหนดเส้นทางการศึกษา ตั้งแต่มัธยมศึกษา เพื่อศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย  โดยใช้คะแนนแบ่งเกรด ในโรงเรียนมัธยมศึกษา เช่น คะแนนดีเยี่ยม , คะแนนดี และคะแนนปานกลาง หากสอบผ่าน เอเน็ต (A-NETX หรือโอเน็ต(O-NET) สามารถเลือกเรียน ในสถาบันการศึกษาสายวิชาชีพ สายเทคนิค และวิชาการ  และโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกันไม่มีความเลื่อมล้ำทางสังคม

๑.๕ ส่งเสริมสร้างนวัตกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

๑.๖ การเรียนการสอนสองภาษา (ภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย) รัฐกำหนดการเรียนการสอนทุกวิชาเป็นภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ,ภาษาจีน เป็นต้น และนักเรียนทุกคนต้องเลือกเรียนภาษาไทยของตนด้วย

๑.๗ ลดอำนาจการรวมศูนย์ของกระทรวงศึกษาธิการและเขตการศึกษาต่างๆ ให้เป็นเพียงผู้ดูแลประสานงานเรื่องนโยบาย คุณภาพ ความโปร่งใส ความเป็นธรรม ตัดอำนาจการจัดการแบบรวมศูนย์ โดยกระจายความรับผิดชอบและอำนาจให้กับท้องถิ่นให้มีอิสระและการจัดการศึกษาเองมากขึ้น

๑.๘ พัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชน โดยให้ความสำคัญในการส่งเสริมการเรียนการสอนที่ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมศิลปวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง คำนึงถึงสวัสดิการด้านโภชนาการอย่างเหมาะสม ให้มีการเรียนฟรีในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสร้างโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้ผู้ศึกษาสามารถกำหนดเป้าหมายการดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม และสามารถตอบสนองต่อสังคมได้อย่างสูงสุด

๑.๙  พัฒนาศักยภาพของสถานศึกษา โดยจะส่งเสริมและสนับสนุนการกระจายอำนาจโดยให้ภาคประชาสังคม เช่น เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน องค์กรทางศาสนาและภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาทุกระดับ มุ่งส่งเสริมการสร้างสถานศึกษาที่มีคุณภาพในทั่วทุกภูมิภาคอย่างเพียงพอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารการศึกษา นอกจากนั้นจะสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาของชาติกับนานาประเทศ ด้วยการแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษา วิชาการ และเทคโนโลยีระหว่างกัน รวมทั้งการจัดสรรทรัพยากรเพื่ออุดหนุนสถานศึกษาอย่างเป็นธรรมและเหมาะสม

๑.๑๐ ส่งเสริมและสนับสนุนระบบการศึกษา โดยตระหนักว่ารากฐานของการพัฒนา  ประเทศ เป็นผลมาจากระบบการศึกษาของประชาชน ดังนั้นพรรคจึงให้ความสำคัญที่จะพัฒนาด้านการศึกษาให้มีคุณภาพสูงสุด ทั้งเพิ่มและขยายโอกาสการศึกษาแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและมีมาตรฐาน รวมทั้งให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมกับการจัดการศึกษา การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้และมีคุณธรรมจริยธรรมทันต่อความเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

ศิลปวัฒนธรรม

๒.๑ ส่งเสริมให้ประชาชนได้อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และเข้าถึงความเป็นชาติไทยโดยผ่านศิลปวัฒนธรรมไทย

๒.๒ สนับสนุนความเป็นอิสระในการเลือกนับถือศาสนาของประชาชน สนับสนุนและส่งเสริมศาสนาสถานของทุกศาสนา รวมไปถึงการสนับสนุนเผยแพร่คำสั่งสอนที่ให้ประชาชนปฏิบัติและพัฒนาตนเป็นคนดี มีศีลธรรม มีจริยธรรม

๒.๓  ส่งเสริม อนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปะ วัฒนธรรมไทยที่งดงาม ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีอยู่ ดำรงอยู่และซาบซึ้งในเอกลักษณ์ของชาติ

ด้านการต่างประเทศ

มุ่งดำเนินนโยบายที่เป็นอิสระ เป็นกลาง โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นพื้นฐาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการธำรงไว้ซึ่งเอกราช อธิปไตยของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดนในการพิทักษ์และส่งเสริมความมั่นคงของรัฐ พัฒนาความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมและร่วมมือกับนานาชาติและองค์การระหว่างประเทศ เพื่อยังประโยชน์ให้เกิดแก่การพัฒนาประเทศ

๑. เสริมสร้างการอยู่รวมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสันติ โดยส่งเสริมความเข้าใจอันดีและการเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อนำความเจริญรุ่งเรืองสู่ภูมิภาค ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ผลักดันให้มีการค้าชายแดน และการแก้ปัญหาชายแดงกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสันติวิธี ยึดถือนโยบายที่เป็นกลาง อิสระ เป็นมิตรกับนานาประเทศ โดยยึดมั่นในเอกราชอธิปไตย ศักดิ์ศรี และผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก

๒. ยกระดับบทบาทของประเทศโดยการมีส่วนร่วมกับองค์การระหว่างประเทศ เช่น องค์การสหประชาชาติ องค์การการค้าโลก องค์การทางเศรษฐกิจอื่นๆ และยึดมั่นในพันธะกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติ เสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อให้ประเทศมีเกียรติและศักดิ์ศรี และการร่วมมือทางการค้า

๓. ร่วมมือกับนานาประเทศเพื่อกระชับความร่วมมือในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งส่งเสริมการเข้าร่วมในข้อตกลงระหว่างประเทศ ทั้งทวิภาคีและพหุภาคีที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ

๔. ส่งเสริมภาคเอกชนและหน่วยงานราชการขยายการค้าการลงทุนในต่างประเทศ

๕. ส่งเสริมและปรับปรุงความสัมพันธ์ และความเข้าใจอันดีงามกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศและประเทศอื่นๆในโลก โดยยึดถือหลักความเสมอภาคและความยุติธรรม มุ่งแก้ปัญหาทุกชนิดด้วย สันติวิธี ไม่สนับสนุนการก่อสงคราม และต่อต้านการก่อการร้ายในทุกรูปแบบ

๖. ส่งเสริมและสนับสนุนการร่วมมือของอาเซียน สร้างความร่วมมือกันมากขึ้นทั้งในด้านการค้า สังคม เศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคง ให้อาเซียนเป็นเขตของความสมานฉันท์ สันติภาพ เสรีภาพ และความเป็นกลาง

๗. เสริมสร้างความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การค้าและเทคโนโลยีที่สร้างความกินดีอยู่ดีและความอบอุ่นปลอดภัยแก่ประชาชนกับนานาประเทศ

๘. ส่งเสริมและพัฒนาด้านการเกษตร และอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก โดยการขยายตลาดการค้าในต่างประเทศให้มากขึ้นและมั่นคงขึ้น โดยคงความร่วมมือและยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐต่อรัฐ รัฐต่อเอกชน และเอกชนต่อเอกชน ให้อยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

๙. จะคุ้มครองแรงงานคนไทย ผลประโยชน์และสิทธิมนุษยชนของคนไทยในต่างประเทศ ให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและเหมาะสมจากนานาประเทศ

๑๐. จะเคารพและส่งเสริม ทั้งปฏิบัติตามหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติและปริญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน จะเคารพและรักษาสิทธิตามความตกลงที่ทำไว้กับต่างประเทศ บนหลักของความเสมอภาค เป็นธรรม และถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกัน

ด้านการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

การทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นปัญหาร้ายแรงที่เกาะกินสังคมไทยและแพร่ขยายออกไปแทบในทุกวงการมาอย่างเนิ่นนาน สร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวงตลอดมา การป้องกันและปราบปรามให้หมดสิ้นไปด้วยกระบวนการและกลไก ตลอดจนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของผู้บังคับใช้กฎหมายจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับการปฏิบัติ

๑. ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ มีการเพิ่มบทลงโทษทั้งจำและปรับให้สูงขึ้น คดีต้องไม่มีอายุความ ต้องมีการยึดทรัพย์ผู้ต้องหาที่หนีคดี ถ้าผู้ต้องหาหลบหนีคดีศาลสามารถพิจารณาพิพากษาฝ่ายเดียวได้ รวมทั้งตัดสิทธิ์ในการอุทธรณ์และฎีกานอกจากนั้นให้มีการจัดตั้งศาลคดีทุจริตคอรัปชั่นเป็นการเฉพาะ

รวมไปถึงคดีทุจริตคอร์รัปชั่นในอดีตที่ขาดอายุความการฟ้องร้องดำเนินคดีไปแล้ว แต่ยังเป็นที่กังขาของสังคม ในกฎหมายต้องเปิดช่องให้มีกลไกและมาตรการที่สามารถรื้อฟื้นนำคดีกลับมาสู่การพิจารณาใหม่ได้ รวมทั้งการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้กับความผิดและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการก่อคดีดังกล่าว

เพิ่มคำนิยามของการทุจริตคอร์รัปชั่นให้สอดคล้องกับคำนิยามของสหประชาชาติ ที่รวมถึงการมีผลประโยชน์ทับซ้อน การเล่นพรรคเล่นพวกอย่างไร้ธรรมาภิบาล ให้เป็นโทษทางการทุจริตคอร์รัปชั่นด้วย รวมทั้งการเพิ่มความผิดฐาน “การร่ำรวยผิดปกติ” โดยหาสาเหตุและที่มาไม่ได้ ให้เป็นความผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่งด้วย

๒. ปฏิรูปองค์กรตรวจสอบและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นให้มีอิสระ และประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่เปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองและผู้มีอิทธิพลเข้าแทรกแซงการทำงานได้ รวมทั้งให้มีการประสานงานและแบ่งความรับผิดชอบกันขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะตกแก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ รวมถึงการคัดสรรคนดี มีความสามารถ มีความกล้าหาญ เข้าดำรงตำแหน่งในองค์กร

๓. มีกฎหมายว่าด้วยเสรีภาพของประชาชนในการเข้าถึงข่าวสารข้อมูลของรัฐ ประชาชนต้องมีสิทธิในการรับรู้และตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐได้ สร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจในการจัดซื้อจัดจ้าง มีมาตรการที่ไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงการบริหารและจัดการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การถือสัมปทาน รวมถึงการแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเอง ญาติมิตรและเครือข่าย

๔. มีการกำหนดมาตรการ ระเบียบข้อบังคับ กระบวนการและกลไกในการกลั่นกรองงบประมาณและการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินที่มีประสิทธิภาพเพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ

๕. เสริมสร้างปลูกจิตสำนึกสร้างทัศนคติค่านิยมให้กับประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตั้งแต่เด็กและเยาวชน และบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนทุกระดับชั้น

ด้านพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พลังงานเป็นปัจจัยที่สำคัญของการพัฒนาประเทศ ซึ่งหากมีการจัดการอย่างเหมาะสมและถูกต้องโดยคำนึงถึงความเป็นเจ้าของร่วมกันของคนในชาติ ก็จะสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงให้กับประเทศชาติได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

๑. การพลังงาน

๑.๑ ดำเนินการวางแผนประหยัดการใช้น้ำมัน ส่งเสริมการสำรวจวิจัยและพัฒนาการนำพลังงานทางเลือกมาใช้ประโยชน์แทนการใช้น้ำมัน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น ปรับปรุงโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศที่ไม่ก่อภาระแก่ประชาชนผู้บริโภค

๑.๒ กิจการการผลิตและจำหน่ายน้ำมันต้องเป็นการดำเนินงานของรัฐที่รัฐเป็นเจ้าของเพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนส่วนใหญ่

๑.๓ เร่งรัดการบริหารงานด้านพลังงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดอัตราค่าพลังงานให้เหมาะสมกับสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน และยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลักในการดำเนินงาน

๑.๔ ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและระเบียบข้อบังคับทั้งหลายที่เกี่ยวพันกับพลังงานให้ เหมาะสม เป็นธรรม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

๑.๕ ส่งเสริมและผลักดันให้อุตสาหกรรมพลังงานเป็นประโยชน์ต่อประชากรภายในประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจพลังงานของภูมิภาคโดยใช้ความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ สร้างเสริมความมั่นคงทางพลังงาน

๑.๖ ส่งเสริมพัฒนาแหล่งพลังงานและระบบไฟฟ้าทั้งภายในและต่างประเทศ รวมทั้งให้มีการกระจายแหล่งประเภทพลังงานให้มีความหลากหลาย เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อร่วมพัฒนาแหล่ง พลังงาน วางแผนพัฒนาไฟฟ้าให้มีการกระจายชนิดของเชื้อเพลิงที่ใช้ เพื่อลดความเสี่ยงด้านการจัดหา ความผันผวนทางด้านราคา และลดต้นทุนการผลิต

๑.๗ ส่งเสริมปรับบทบาทกองทุนน้ำมันให้เป็นกองทุนสำหรับรักษาเสถียรภาพราคา ส่วนการชดเชยราคานั้นจะต้องดำเนินการอุดหนุนเฉพาะกลุ่ม ส่งเสริมให้มีการใช้ก๊าซธรรมชาติ ใช้แก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซลให้มากขึ้นทั้งในภาคขนส่งและครัวเรือน

๑.๘ ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะโครงการผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก และโครงการผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก รวมทั้งศึกษาความเหมาะสมในการพัฒนาพลังงานทางเลือกอื่น ๆ มาใช้ประโยชน์ในการผลิตไฟฟ้า

๑.๙ สนับสนุนการผลิตและการใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพและชีวมวล เช่น แก๊สโซฮอล์ (อี 10 อี 20 และอี 85) ไบโอดีเซล ขยะ และมูลสัตว์ เป็นต้น เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดภาวะมลพิษ และเพื่อประโยชน์ของเกษตรกร

๑.๑๐ สนับสนุนให้มีการผลิตและใช้พลังงานหมุนเวียนในระดับชุมชน หมู่บ้าน ภายใต้มาตรการสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสม ให้มีการลงทุนจากภาคเอกชนในการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน สนับสนุนให้ครัวเรือนลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงการใช้ไฟฟ้าสูงสุดรวมทั้งการวิจัยพัฒนาและกำหนดมาตรฐานอุปกรณ์ไฟฟ้าและมาตรฐานอาคารประหยัด พลังงาน ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน และการขนส่งระบบรางซึ่งเป็นต้นทุนราคาถูกและตรงต่อเวลา

๑.๑๑ ส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถชะลอการลงทุนด้านการจัด หาพลังงานของประเทศ ส่งเสริมการจัดหาและการใช้พลังงานที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยกำหนดมาตรฐานด้านต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดโครงการกลไกการพัฒนาพลังงานที่สะอาด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก

๒. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมที่กำลังเป็นปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อุตสาหกรรม การดำเนินการดังกล่าวส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การลงทุนด้านเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ต้องดำเนินการควบคู่กันไป โดยให้ความสำคัญต่อการดูแลรักษาและฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

๒.๑ การคุ้มครองป้องกัน อนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้ อากาศ แร่ธาตุ ทะเล และชายฝั่งบนพื้นฐานของความสมดุลของธรรมชาติแบบยั่งยืน

๒.๒ ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบข้อบังคับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม โดยส่งเสริมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

๒.๓ การป้องกัน ควบคุมและแก้ปัญหามลพิษ ทุกแหล่งไม่ให้สร้างความเสียหายต่อชุมชน ประชาชน และสิ่งแวดล้อม จัดการอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ให้แก่ผู้ก่อมลพิษต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการแก้ปัญหามลพิษอย่างยั่งยืน

๒.๓ ปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนโดยทั่วถึง เสริมสร้างการรวมตัวกันของชุมชนและองค์กรเอกชน ในการทำกิจกรรมและรณรงค์การอนุรักษ์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจต่อความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้กว้างขวาง

ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม

๑. ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศให้มีความเข้มแข็งอย่างมีภูมิคุ้มกันและยั่งยืน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวชุมชน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร การท่องเที่ยวเชิงวัฒนาธรรมและวิถีชีวิต และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสปา

๒. ส่งเสริมการบริหารจัดการการท่องเที่ยวจากนอกประเทศให้มีประสิทธิภาพให้เกิดความเหมาะสมของคุณภาพสินค้าบริการและราคา และเพื่อเพิ่มรายได้การท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

๓. ป้องกันและแก้ไขปัญหาความปลอดภัยและการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

๔. ป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษที่เกิดจากการท่องเที่ยวทั้งขยะและน้ำเสีย ตลอดจนการปนเปื้อนทางวัฒนธรรม

๕. การกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปยังผู้ประกอบการและประชาชนที่อยู่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างทั่งถึงและเป็นธรรม

๖. พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้สะอาดปลอดภัย สะดวกและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศของแหล่งท่องเที่ยว

๗. สร้างความสัมพันธ์ กับภูมิภาคประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเป็นประตูและขยายตลาดการท่องเที่ยวให้สู่ระดับโลก

๘. สร้างความเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับยุทธศาสตร์ด้านการเป็นศูนย์กลางการประชุมการสัมมนา และการแสดงสินค้าของภูมิภาคเอเชีย

๙. พัฒนาและสร้างแหล่งจำหน่ายซื้อสินค้าของนักท่องเที่ยว โดยจะส่งเสริมบทบาทเอกชนร่วมกับชุมชนในการรักษาแหล่งท่องเที่ยวและวิถีชีวิตให้แย่ในสภาพเดิมอย่างต่อเนื่อง

๑๐. เผยแพร่วัฒนธรรมเชิงรุกสู่ตลาดโลก เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในมิติต่างๆ โดยสามารถเผยแพร่ความเป็นไทยสู่ประชาคมโลกและสามารถเพิ่มมูลค่าของการท่องเที่ยว

๑๑. อนุรักษ์วัฒนธรรม ในรูปแบบดั่งเดิมและวัฒนธรรมเชิงประยุกต์ให้ร่วมสมัย และการใช้ชีวิตในปัจจุบัน

ด้านการอุตสาหกรรมและการลงทุน

๑. การอุตสาหกรรมภาคการผลิต

๑.๑ สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน สิทธิพิเศษทางด้านการกู้ยืมเพื่อลงทุน ให้กับอุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์ ที่เป็นอุตสาหกรรมส่งเสริมการจ้างงานให้บุคลากรในประเทศ และอุตสาหกรรมของคนไทย (ทุนคือปัจจัยการก่อตั้ง ดำเนินการ และขยาย)

๑.๒ สนับสนุน ส่งเสริมอุตสาหกรรมทุกภาคส่วนให้มุ่งสู่การตลาดนำการผลิตและเทคโนโลยี  เพื่อสร้างการพัฒนาระยะสั้น  ระยะกลาง และระยะยาว

๑.๓ สนับสนุนอุตสาหกรรมต่างชาติที่พร้อมช่วยให้ประเทศสามารถพัฒนาให้เป็นอุตสาหกรรมภายในประเทศที่มีองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี  กรรมวิธีด้านการผลิต การบริหารจัดการ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาให้เป็นอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนของประเทศได้ต่อไป (ยานพาหนะ อุปกรณ์เทคโนโลยี เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ การถลุงแร่ฯลฯ ของคนไทย)

๑.๔  เสริมสร้างให้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมพื้นฐานและเชื่อมโยงอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่จะก่อให้เกิดผลต่อเนื่องต่อการปรับโครงสร้างการผลิตภาคอุตสาหกรรมตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องกับทรัพยากรธรณีและอุตสาหกรรมพื้นฐานของประเทศเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบเชื่อมโยงของอุตสาหกรรม (ให้ถลุงแร่ แปรรูป ให้ได้ในประเทศ)

๑.๕  ส่งเสริมการรับช่วงและเชื่อมโยงการผลิตระหว่างกิจการอุตสาหกรรมในลักษณะของกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อให้มีการสนับสนุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกันและเชื่อมโยงธุรกิจชุมชนที่เข้มแข็งกับธุรกิจอุตสาหกรรมตลอดจนจัดตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างกันได้และเป็นพันธมิตรกัน (Industrial Clusters)  อุตสาหกรรมที่สามารถเป็นห่วงโซ่การผลิต(Supply Chain)  โดยมีบทบาทเป็นการอำนวยความสะดวกให้เกิดการเชื่อมโยงอย่างประสิทธิภาพ

๑.๖ ส่งเสริมการใช้พลังงานแบบผสมผสานโดยสนับสนุนให้มีการพัฒนาการใช้ประโยชน์จากก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นทรัพยากรภายในประเทศให้เป็นแหล่งพลังงานหลักของประเทศอย่างจริงจังรวมทั้งส่งเสริมการจัดหาและการใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพโดยเร่งสำรวจพัฒนาและจัดหาแหล่งพลังงานทดแทนรวมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแนวใหม่เพื่อการประหยัดพลังงาน

๑.๗ ปรับปรุงข้อกำหนด กฎเกณฑ์ สำหรับการส่งเสริม สนับสนุน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการแข่งขันในยุคแห่งการค้าเสรี การรวมกลุ่มของประเทศต่างๆ

๑.๘ ปรับปรุงข้อกำหนด กฎเกณฑ์ ด้านการควบคุม ให้สอดคล้องกับสถานะการณ์ปัจจุบันและอนาคต เพื่อคุณภาพชีวิตของบุคลากรในอุตสาหกรรม ชุมชน และสังคม นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

๑.๙ สร้างความร่วมมือการพัฒนาด้านองค์ความรู้ ด้านเทคโนโลยี ด้านพัฒนาบุคลากร กับหน่วยงานภาคการศึกษาต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการพัฒนาอย่างมีประสิทธิทั้งระยะเวลาการพัฒนา ต้นทุนในการพัฒนา มุ่งสู่ประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนาส่งเสริมให้อุตสาหกรรมในประเทศก้าวสู่การแข่งขันอย่างทัดเทียมและก้าวหน้า

๑.๑๐ กำหนดให้เขตอุตสาหกรรมอยู่ห่างออกไปจากเขตชุมชน โดยคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนและการรักษาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติเอาไว้เป็นสำคัญ

๑.๑๑ ป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษที่เกิดจากกากของเสีย ขยะมูลฝอยและสารที่เป็นพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม โดยการให้ทางโรงงานอุตสาหกรรมต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ และให้มีบทลงโทษทางกฎหมายอย่างรุนแรงต่อทางโรงงานที่สร้างความเสียหายแก่สภาพแวดล้อมและก่อปัญหาให้แก่สุขภาพของประชาชน

๑.๑๒ สนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความรู้ความสามารถและมีทักษะเหมาะสมต่อการทำงาน และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

๑.๑๓ ปรับปรุงและพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะสมและเอื้ออำนวยต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่ๆเพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรม

๒. การเกษตรอุตสาหกรรม

๒.๑ ส่งเสริมให้ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ในอุตสาหกรรมไทยสู่ Smart Factory' จะมีกระบวนการผลิตที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพด้วยการใช้ระบบไซเบอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ครบวงจร ควบคุมในการสื่อสาร ทำให้เกิดการผลิตสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีความแตกต่างกันในแต่ละรายในระยะเวลาอันสั้น

๒.๒  ส่งเสริมการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ระบบเชื่อมโยงและการรับช่วงการผลิต การตลาด กฎระเบียบของรัฐ ให้สอดคล้องกับทางการค้าเสรีจำเป็นที่จะต้องสร้างความสามารถในการผลิตและการแข่งขันของอุตสาหกรรมการเกษตรให้มีความเข้มแข็งขึ้น โดยการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหลัก และหน่วยงานสนับสนุนในการจัดทำแผนแม่บทเพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตร ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร  ต้องสร้างบุคลากรที่มีความรู้ ความชำนาญ ในด้านการวิจัย และการปฏิบัติเชิงบริหาร เป็นการเสริมความรู้ความชำนาญทางการบริหารและการจัดการเทคโนโลยีเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตร

๒.๓ ส่งเสริมหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เสริมความเข้มแข็งในกระบวนการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ในการผลิตสารชีวภาพต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยี การค้นหาและสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากสมุนไพรเป็นการผสมผสานความรู้

๒.๔ ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตและการพัฒนาคุณภาพผลผลิต การควบคลุมราคาต้นทุน ทั้งในด้านวัตถุดิบ และ ค่าแรง ต้องให้ความสำคัญกับการจัดหาแหล่งน้ำ การวางระบบและการตรวจสอบมาตรฐาน การกระจายพันธุ์ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอาหารแปรรูปที่สำคัญสำหรับภูมิภาคและทั่วโลกจากการใช้วัตถุดิบในประเทศ

ด้านการเกษตร

ภาคการเกษตรถือเป็นภาคเศรษฐกิจพื้นฐานของประเทศเพราะเป็นแหล่งรายได้และงานอาชีพที่สำคัญของประชาชนจำนวนมาก การพัฒนาด้านการเกษตรคือการขจัดความไม่เป็นธรรม แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ และแก้ไขปัญหาความยากจนของคนจำนวนมากในชนบท สร้างสมดุลจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

๑. ส่งเสริมเกษตรกรให้เข้มแข็ง สนับสนุนให้มีการฟื้นฟูอาชีพให้แก่เกษตรกร และส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งทุนอย่างเสมอภาคและทั่วถึง เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินของภาคเกษตร ส่วนการแก้ไขปัญหารายได้ ภาคเกษตรที่ตกต่ำนั้นจะเน้นการเพิ่มผลผลิตภาคเกษตรด้วยการเพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มมูลค่าของสินค้าการเกษตร นอกจากนี้ จะสร้างระบบประกันความเสี่ยงทางการเกษตร อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงด้านราคาและจากภัยธรรมชาติ

๒. ปรับโครงสร้างภาคการเกษตร จะกำหนดพื้นที่เพื่ออนุรักษ์ สงวน คุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการเกษตรของประเทศให้คงอยู่ ส่งเสริมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ในการผลิต มีการกำหนดเขตพื้นที่เฉพาะ เพื่อให้มีการเพาะปลูกที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่และโอกาสทางการตลาด

๓. สนับสนุนกลุ่มภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่อง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม จึงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนส่งเสริมระบบสหกรณ์การเกษตรและวิสาหกิจชุมชนด้านการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

๔. เป็นแหล่งผลิตอาหารที่มั่นคงปลอดภัยและยั่งยืน จะพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยจะมีการส่งเสริมระบบการผลิตให้ปลอดภัยและมีคุณภาพมีมาตรฐาน

๕. ตั้งกองทุนแก้ไขปัญหาความยากจน เพราะภายหลังที่ประเทศไทยถูกเข้าผนวกเข้ากับระบบทุนนิยม ตลาดได้กระตุ้นการบริโภคทุกรูปแบบแผ่กระจายรุกคืบไปทุกครัวเรือน ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นช้ากว่ารายจ่าย จนเกิดปัญหาความยากจนตามมา ดังนี้เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน จะจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ยากจน รวมทั้งปรับโครงสร้างหนี้ภาคประชาชน ให้ประชาชนมีโอกาสในการชำระหนี้ด้วยตนเอง ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนมีความอยู่ดี กินดี มีความสุข

๖. ส่งเสริมเกษตรกรให้ผลิตสินค้าการเกษตร ขยายตลาดการส่งออกมากขึ้น ลดอุปสรรคการส่งออกให้เกิดความคล่องตัว

๗.  รัฐสนับสนุนให้ประชาชนมีที่ดินโดยมีเอกสารสิทธิ์ตามกฎหมาย เพื่อการเกษตรกรรม จัดตั้งกองทุนเพื่อการปฏิรูปที่ดินโดยดำเนินการซื้อที่ดินจากเจ้าที่ดินรายใหญ่ เพื่อนำมาปฏิรูปเป็นที่ทำกินของชาวนาชาวไร่และชาวสวนที่ยากจนและไร้ที่ทำกิน

๘. ปฏิรูปราคาผลิตผลภาค เกษตรกรรมที่ตกต่ำ อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลอย่างยั่งยืนเป็นประโยชน์ต่อภาคเกษตรกรรม

๙. สนับสนุนส่งเสริมความรู้ภาคเกษตรโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อลดต้นทุนการผลิตหลีกเลี่ยงสารเคมีและลดการทำลายสิ่งแวดล้อมโดยสนับสนุนเงินทุนและสินเชื่อเกษตรกรให้เหมาะสมและเพียงพอ

๑๐. ขยายตลาดสินค้าเกษตรในต่างประเทศให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และเร่งรัดการส่งออกให้สอดคล้องกับระยะเวลาในการผลิต สนับสนุนการผลิต การแปรรูป การตลาด ที่สอดคล้องกับความต้องการของทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยเปิดให้องค์การของเกษตรกรและภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาและตัดสินใจ

๑๑. ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มเป็นระบบสหกรณ์หรือรูปแบบอื่นๆเพื่อสร้างความเข้มแข็งปรับปรุงแก้ไขระบบสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพแก้ไขปัญหาหนี้สินรื้อรังของเกษตรกรอย่างเป็นระบบให้หลุดพ้นจากสภาพปัจจุบัน

ด้านการสาธารณสุข

บริการด้านการสาธารณสุขเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของประชาชนทุกเพศทุกวัยและทุกหมู่เหล่า ที่รัฐต้องให้ความสนใจ สนับสนุน และปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพตลอดเวลา รวมไปถึงการให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างกว้างขวางถ้วนหน้า และในทุกสถานการณ์อย่างรวดเร็วและเหมาะสม

๑. พัฒนาระบบบริการสุขภาพ ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงโดยมีการใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ

๒. พัฒนาและดำเนินการทศวรรษแห่งการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ โดยเน้นการพัฒนา ขีดความสามารถในการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง โดยการสนับสนุนของระบบบริการสารสนเทศด้านสุขภาพ และการมีบุคลากรและแพทย์ด้านเวชศาสตร์ครอบครัวให้ครอบคลุมทั่วถึง ทั้งในเขตเมือง กทม. และชนบท

๓. พัฒนาระบบบริการในแต่ละเขตพื้นที่ โดยเน้นความเข้มแข็งระบบบริการระดับปฐมภูมิ ระบบเครือข่ายการส่งต่อระหว่างสถานบริการสุขภาพ ทั้งในภาครัฐและเอกชน ที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบบริการทุกระดับ ทั้งนี้โดยมีระบบอภิบาลอย่างมีส่วนร่วมและโปร่งใส เพื่อให้ เกิดการกระจายและการใช้ทรัพยากรอย่างเสมอภาค และมีประสิทธิภาพสูงสุด

๔. พัฒนาระบบประกันสุขภาพให้สอดคล้องกับสภาพทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน  สร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในเรื่องสิทธิประโยชน์  การเข้าถึงบริการ  การสนับสนุนทางการเงินและระบบข้อมูล  โดยในด้านการบริการสาธารณสุขตามโครงการหลักประกันสุขภาพทั่วหน้า เพื่อให้สามารถดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงรวมถึงการพัฒนาสถานพยาบาลให้มีคุณภาพและมีสัดส่วนแพทย์ต่อประชากรตามมาตรฐานสากลในทุกพื้นที่  โดยโครงสร้างประชากรไทยมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัย

๕. เร่งรัดดำเนินการให้การบริการการแพทย์ฉุกเฉินตามนโยบาย "ใช้บริการได้ทุกที่ ฟรีทุก สิทธิ์" มีความเป็นจริงในทางปฏิบัติ

๖. เร่งรัดการดำเนินการระบบการสร้างเสริมสุขภาวะ สำหรับผู้สูงอายุและผู้อยู่ในภาวะ พึ่งพิงรวมทั้งผู้ป่วยในระยะท้ายของชีวิต ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยขยายศูนย์บริการสุขภาพทุกตำบลเน้นการดูแลโดยชุมชนและครอบครัว ด้วยการสนับสนุนการเงินในระบบ

๗. เร่งรัดพัฒนาระบบการเข้าถึงบริการสุขภาพ และพัฒนาหน่วยบริการสุขภาพ สำหรับ ประชากรที่มีความต้องการบริการรูปแบบพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้าถึงบริการสำหรับคนพิการ

๘. สนับสนุนการบูรณาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร เข้าสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างครบ วงจร โดยการสนับสนุนการเพิ่มการใช้ในสถานพยาบาล การเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินในระบบ หลักประกันสุขภาพ และการเพิ่มรายการยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ

๙. เร่งรัดการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการบริการ ให้ผู้รับบริการได้รับความพึงพอใจมากที่สุด และผู้ให้บริการมีความมั่นใจ

๑๐. ปฏิรูปการสาธารณสุขทั้งระบบ ให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการบริการที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นสถานพยาบาลในเขตเมืองหรือชนบท โดยการรักษาพยาบาลต้องเป็นสวัสดิการที่รัฐตอบสนองต่อประชาชนโดยไม่มีค่ารักษาแต่อย่างใด

๑๑. ขยายสถานพยาบาลให้ทั่วถึงทั้งในเขตเมืองและชนบทที่ห่างไกล ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลอำเภอ สถานีอนามัยในระดับตำบล โดยต้องมีประสิทธิภาพทางด้านการรักษาพยาบาลและป้องกันโรคที่ทัดเทียมกัน ทั้งนี้คำนึงถึงเรื่องของตัวอาคารสถานที่ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยาเวชภัณฑ์ อัตรากำลังของแพทย์ พยาบาลและบุคลากรฝ่ายต่างๆ ทั้งนี้เด็ก สตรี คนชรา คนพิการ คนป่วยเรื้อรังและคนด้อยโอกาสต่างๆ ต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ต้องไม่มีใครส่วนไหนถูกละทิ้งจากระบบการบริการสาธารณสุขอย่างเด็ดขาด

๑๒. เพิ่มเสริมศักยภาพของบุคลากรทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ให้มีความมั่นคงในวิชาชีพ มีความก้าวหน้าในการทำงาน มีการจัดสรรรายได้และค่าตอบแทนที่เหมาะสมและเป็นธรรม

๑๓. ส่งเสริมการค้นคว้าวิจัยทางด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์การแพทย์ การวิจัยสาธารณสุข พัฒนาการแพทย์พื้นฐาน แพทย์ทางเลือกและยาสมุนไพร นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน

สร้างเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชากรไทยตลอดช่วงชีวิต

๑. จัดการกับปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพตามกลุ่มวัย

๑.๑ ทารกและเด็กเล็ก เน้นการพัฒนาเชิงคุณภาพของศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศ การจัดทำชุด นโยบายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็ก การออก พ.ร.บ.ควบคุมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก และการ จัดการภาวะ การขาดสารอาหาร

๑.๒ กลุ่มวัยเรียนเน้นการปรับปรุงฉลากอาหารให้เอื้อต่อพฤติกรรมการบริโภคที่ เหมาะสม และการดำเนินการโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาพ รวมทั้งการเสริมสร้างทักษะชีวิต และทักษะด้าน สุขภาพ

๑.๓ กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน เน้นการจัดการกับปัญหาการบริโภค บุหรี่ สุรา สารเสพติด อนามัยการเจริญพันธุ์ พฤติกรรม การบริโภค กิจกรรมทางกาย การคัดกรองโรคและปัจจัยเสี่ยงตามกลุ่มวัย

๑.๔ ผู้สูงอายุเร่งรัดการดำเนินการพัฒนาระบบการสร้างเสริมสุขภาพ และการดูแลระยะยาว สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง

๒. โภชนาการและอาหารปลอดภัย เน้นการแก้ปัญหาโภชนาการตามกลุ่มประชากร และ การสร้างความเข้มแข็งของระบบการติดตามเฝ้าระวัง และการบังคับใช้กฎหมายภายหลังผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด

๒.๑ การดำเนินการเพื่อพัฒนาความเข้มแข็ง ของกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ โดย การมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งรัฐ เอกชน ประชาสังคม และชุมชนท้องถิ่น

๒.๒ สร้างเสริมความเข้มแข็งของกลไกนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ ที่ทำงานข้ามภาคส่วน ทั้งในภาครัฐ (กระทรวงอื่นๆ มหาวิทยาลัย และสภาวิชาชีพ) เอกชน ประชาสังคม และชุมชน ท้องถิ่น เพื่อร่วมกันดำเนินการฉันกัลยาณมิตร ในการสร้างเสริมสุขภาพ การจัดการปัจจัยเสี่ยง ภัยคุกคามสุขภาพ และการจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น กลไกการทำงานข้ามภาคส่วนของกระทรวงสาธารณสุข กลไกภายใต้ พ.ร.บ.สุขภาพแหง่ชาติ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และ พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน เป็นต้น

พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการบุคลากรสุขภาพ

๑. สนับสนุนให้คณะกรรมการกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติ ดำเนินการวางแผนกำลังคน ด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งประเภท คุณภาพ ปริมาณและการกระจาย

๒. ดำเนินการสนับสนุนการผลิตและพัฒนาบุคลากร ให้มีจำนวนเพียงพอและสอดคล้องกับ ความต้องการของระบบบริการสุขภาพและแผนกำลังคน โดยเน้นความร่วมมือระหว่างผู้ผลิต ผู้ใช้ ประชา สังคม และชุมชน ท้องถิ่น เน้นการผลิตที่มีฐานในระบบบริการสุขภาพในพื้นที่การศึกษาร่วมกันระหว่าง สาขาวิชาชีพ และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรียนการสอน

๓. เสริมสร้างระบบการบริหารจัดการบุคลากรให้มีระบบการจ้างงาน และระบบการสร้าง ฉันทะและแรงจูงใจ ที่ส่งเสริมการกระจายที่เหมาะสม ทั้งในภาพรวมและรายสาขา บุคลากรมีขวัญกำลังใจ ดี มีความสุขและความภูมิใจ โดยใช้มาตรการทั้งด้านการศึกษา การบริหารจัดการ มาตรการทางสังคมและ การเงินอย่างครบวงจร โดยเฉพาะการทำให้สถานที่ทำงานทุกแห่งเป็น Healthy Workplace

พัฒนาความมั่นคงของระบบยา วัคซีน เวชภัณฑ์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์

๑. ส่งเสริมและเร่งรัดการดำเนินการในการจัดตั้งโรงงานผลิตวัคซีน ชีววัตถุและวัตถุดิบ ใน การผลิตยา รวมทั้งเครื่องมือแพทย์ ทั้งในภาครัฐและเอกชน เพื่อความมั่นคงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะวัคซีน ไข้หวัดใหญ่ วัคซีนพื้นฐาน ชีววัตถุที่ใช้ในผู้ป่วยโดยได้รับการสนับสนุน จากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างเหมาะสม

๒. สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืน ของกลไกการพัฒนาระบบยาและเทคโนโลยีของประเทศ โดยศึกษาทบทวนกลไกการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ กลไกการประเมินเทคโนโลยีทางด้านสุขภาพ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้ยา วัคซีนและเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างเหมาะสม คุ้มค่า รวมทั้งการสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ

จัดการโรคติดต่อและภัยคุกคามด้านสุขภาพ

๑. เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการเฝ้าระวัง และสอบสวนโรคและภัยคุกคามด้าน สุขภาพ เพื่อให้ทันกับแนวโน้มการระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่และสนับสนุนการดำเนินการของกฎ อนามัยระหว่างประเทศ (IHR) โดยสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ในการสร้าง ขีดความสามารถด้านบุคลากรและเครือข่ายห้องปฏิบัติการ

๒. เร่งรัดขับเคลื่อนการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ เตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไข ปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๕๗) โดยเน้นการดำเนินการตามหลักการ "สุขภาพ หนึ่งเดียว" ให้มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งในภาครัฐและเอกชนทุกระดับ

๓. เร่งรัดและดำเนินการให้เกิดความยั่งยืนในการกำจัด กวาดล้างและควบคุมโรคติดต่อที่ ป้องกันได้ด้วยวัคซีน และเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อที่สำคัญ

๔. เสริมสร้างความเข้มแข็ง และการมีส่วนร่วมจากท้องถิ่นและชุมชน ในการจัดการภัย คุกคามทางสุขภาพ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม และโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพ โดยเนินการ พัฒนาขีดความสามารถในการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพของชุมชนท้องถิ่น ภายใต้ พ.ร.บ.สุขภาพ แห่งชาติ และการพัฒนากลไกควบคุมการทำงานของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขในโรงงานอย่าง เข้มงวด

๕. พัฒนาระบบและกลไกในการพิจารณาการนำวัคซีนและเทคโนโลยีใหม่เเข้าสู่ระบบ หลักประกันสุขภาพ

สนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพโลก (Global Health)

๑. จัดทำและดำเนินการแผนยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพโลก และภูมิภาคอาเซียนของประเทศ ไทย โดยอาศัยจุดแข็งระบบสุขภาพไทย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพของประเทศ การประกันความมั่นคงของมนุษย์ การเสริมบทบาทและภาพลักษณ์ของไทยในเวทีระหว่างประเทศ การเป็น ศูนย์กลาง การผลิตและพัฒนาบุคลากรสุขภาพ รวมทั้งรองรับการเป็นประชาคมอาเซียน ทั้งนี้ โดยความ ร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข และองค์กรด้านสุขภาพ ทั้งในภาครัฐและ เอกชน รวมทั้งภาคประชาสังคม ทั้งนี้โดยใช้กลไกสมัชชาสุขภาพ ภายใต้ พ.ร.บ.สุขภาพแหง่ชาติ

๒. การพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพของภูมิภาคอย่างสมดุลและยั่งยืน

๒.๑ พัฒนาระบบความสมดุลในการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพ เพื่อให้นโยบายในการพัฒนา ประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพของภูมิภาค ส่งผลกระทบด้านลบต่อการบริการสุขภาพแก่คนไทย ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

๒.๒ พัฒนาระบบสารสนเทศในการรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยและสถานพยาบาล ทั้ง ภายในและกับต่างประเทศ รวมทั้งการพัฒนา Health Care Logistics

๒.๓ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนด้านบริการสุขภาพ เพื่อผลักดันให้ประเทศ ไทยเป็นศูนย์กลางด้านบริการสุขภาพอย่างยั่งยืน

สนับสนุนการวิจัยสุขภาพอย่างครบวงจร

โดยการผลักดันให้มีกฎหมายจัดตั้ง สถาบันวิจัยสุขภาพ เพื่อให้สามารถส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยสุขภาพที่จำเป็น ได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ครบวงจร ตั้งแต่งานวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพพื้นฐาน ไปจนถึงการวิจัยระบบสาธารณสุข

ส่งเสริมและสนับสนุนบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง

โดยปรับปรุงบริการสาธารณสุข ทั้งการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ การจัดให้มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องครบวงจร

ด้านการกีฬา

๑. จัดหาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการกีฬาอย่างเพียงพอ

๒. บริหารจัดการการใช้สนามกีฬา อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกในการเล่น ฝึกกีฬาและการออกกำลังกายของรัฐที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

๓. ส่งเสริมและพัฒนากีฬาขั้นพื้นฐานโดยจัดให้มีผู้ฝึกสอนกีฬาและอาสาสมัครกีฬาประจำศูนย์หรือสถานกีฬา

๔. จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นกับการฝึกกีฬาและออกกำลังกายของเด็ก เยาวชนและประชาชน

๕. ส่งเสริมให้ภาครัฐและภาคเอกชนจัดกิจกรรมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพอย่างทั่วถึง

๖. ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีทักษะพื้นฐานของการเคลื่อนไหวที่สำคัญ 3 ทักษะ คือ ว่ายน้ำ ยิมนาสติกและกรีฑา

๗. ส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ

๘. ส่งเสริมและพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาสุขภาพของประชาชนและเพื่อพัฒนาความสามารถของนักกีฬา

๙. เสริมสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มออกกำลังกายและเล่นกีฬา โดยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคธุรกิจเอกชน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีส่วนร่วมในการพัฒนากีฬา จัดหาสถานที่ จัดกิจกรรมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างทั่วถึง รวมทั้งส่งเสริมให้เยาวชนมีความสนใจในการกีฬา และใช้เวลาว่างที่เป็นประโยชน์

๑๐. พัฒนากีฬาสู่ความเป็นเลิศ โดยจัดตั้งศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ พร้อมทั้งนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ จัดให้มีการควบคุมมาตรฐานการฝึกสอนด้านการกีฬาให้มีคุณภาพ และสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

๑๑. ส่งเสริมกีฬาไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และได้รับการยอมรับจากสากลมากขึ้น

๑๒. ปรับปรุงระบบบริหารจัดการด้านกีฬา ดยส่งเสริมให้องค์กรปกครองท้องถิ่นมีบทบาท และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านการกีฬา การจัดกิจกรรมและสถานกีฬา รวมทั้งจัดสร้างลานกีฬาในทุกหมู่บ้านและชุมชน

๑๓. ปรับปรุงกฎหมายการกีฬาที่เกี่ยวข้อง โดยจัดให้มีกฎหมายกีฬาอาชีพ กฎหมายเกี่ยวกับสวัสดิการนักกีฬาและกฎหมายอื่นๆ เพื่อเป็นเครื่องมือการบริหารจัดการด้านกีฬาให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการส่งเสริมมีนักกีฬาอาชีพ

๑๔. ส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาเพื่อความเข้มแข็งด้านสุขอนามัย ทั้งนี้จะส่งเสริมการเล่นกีฬาในหมู่ประชาชนทุกกลุ่ม สนับสนุนการจัดสร้างสนามกีฬา ศูนย์ฝึกให้ทั่วถึง และสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาให้เพียงพอ ส่งเสริมการกีฬาของชาติให้พัฒนาไปสู่การสร้างนักกีฬาอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ

๑๕. ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการกีฬา ทั้งศูนย์ฝึกกีฬา ศูนย์การแข่งขันกีฬาของเอเชียและของโลก และเป็นศูนย์การบริหารจัดการการกีฬา

๑๖. ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างรายได้จากการกีฬาและอุตสาหกรรมการกีฬา

ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการวิจัย

๑. ส่งเสริมการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ ตระหนักว่าวิทยาศาสตร์เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศและการดำเนินชีวิตประจำวัน จึงมุ่งมั่นส่งเสริมการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ โดยจะจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอในการวิจัย การค้นคว้า รวมทั้งจะมีการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ ในขณะเดียวกันจะส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปเรียนรู้วิทยาศาสตร์ อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

๒. ส่งเสริมการพัฒนาด้านเทคโนโลยี สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยการส่งเสริมการประดิษฐ์หรือการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับทรัพยากรและความต้องการของประเทศ อันมีเป้าหมายเพื่อลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ จนสามารถพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีได้ในอนาคต

๓. พัฒนาคุณภาพการผลิตและแสวงหาพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด ส่งเสริมการศึกษาวิจัยเพื่อการได้มาซึ่งแหล่งพลังงานทดแทน โดยเน้นการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรที่มีอยู่ในประเทศเป็นหลัก เพื่อลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศวิทยา มุ่งมุ่นที่จะพัฒนาระบบการผลิตให้มีปริมาณของกระแสไฟฟ้าเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ มุ่งมั่นที่จะรณรงค์เพื่อปลูกจิตใต้สำนึกของคนไทยให้ใช้พลังงานอย่างประหยัดและรู้คุณค่าเพื่อถนอมรักษาพลังงานไว้ใช้ได้นานที่สุด และลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศ

๔. สนับสนุนการพัฒนาการใช้พลังงานทางเลือกอย่างจริงจัง ทั้งจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และอื่นๆ เพื่อลดปัญหาโลกร้อน

๕. ส่งเสริมการได้มาซึ่งแหล่งพลังงานใหม่อย่างต่อเนื่อง รณรงค์ปลูกจิตสำนึกของคนในชาติให้ใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและประหยัด ปรับโครงสร้างราคาขายก๊าซธรรมชาติให้สอดรับกับภาระค่าครองชีพของประชาชน

๖. สนับสนุนและส่งเสริมงานการวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างกว้างขวางเพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ใหม่ๆต่อการพัฒนาประเทศ โดยคำนึงถึงสภาวะของสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ

๗. เสริมสร้างนักวิทยาศาสตร์และกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้ความสามารถ โดยร่วมมือกับกับสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องและเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ของภาครัฐ  รวมถึงการแสวงหาความร่วมมือ ถ่ายทอดแลกเปลี่ยนทางวิชาการที่จะนำไปสู่การพัฒนา ปรับปรุงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและผลงานการวิจัยกับนานาชาติให้เหมาะสม เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและสภาพแวดล้อม

ด้านกระบวนการยุติธรรม

กระบวนการยุติธรรมเป็นตัวหลักในสังคมที่ช่วยทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกอบอุ่นใจและมีความมั่นคงในการดำเนินชีวิต ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการพิจารณาทบทวนและแก้ไขปัญหาความบกพร่อง  ประสิทธิภาพ  ความล่าช้าและป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์จากกลุ่มผู้มีอำนาจและผู้บังคับใช้กฎหมาย ภายใต้กฎหมายและระเบียบกฎเกณฑ์ รวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ถูกต้องและเป็นธรรม

๑. ดำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย

๒. ผดุงความเป็นอิสระของผู้พิพากษาในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี ปรับปรุงฐานะของผู้พิพากษาให้เหมาะสม เพื่อให้ผู้พิพากษาสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพและงดงาม

๓. แยกงานการบริหารฝ่ายตุลาการออกจากฝ่ายบริหาร  ให้ศาลเป็นสถาบันอิสระอันทรงเกียรติเพื่อประกันความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ไม่ให้อำนาจและอิทธิพลภายนอกเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและฝ่ายตุลาการสามารถของบประมาณเองได้โดยไม่ผ่านฝ่ายบริหาร

๔. ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและระเบียบปฏิบัติต่างๆที่ล้าหลัง  ไม่เหมาะสม  ไม่ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมและไม่เป็นธรรม  เพื่อให้สามารถอำนวยความยุติธรรม  ความสงบเรียบร้อยและความสงบสุขของสังคมได้

๕. ให้ความคุ้มครองและให้ความเที่ยงธรรมแก่ประชาชนผู้สุจริต ตลอดจนให้ความเป็นธรรม ความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพแก่ทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา

๖. ส่งเสริมให้มีการระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการ เพื่อช่วยลดภาระและแบ่งเบาคดีที่จะขึ้นสู่การพิจาณาของศาล

๗. การปฎิรูปตำรวจเป็นองค์อิสระ เหมือนหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมแยกจากฝ่ายบริหารและประชาชนมีส่วนร่วมในการแต่งตั้งและโยกย้ายตำรวจ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและสังคม อ

๘. ห้ามมิให้พนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษากฎหมายในรัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นของรัฐโดยไม่มีข้อยกเว้น

๙. ขจัดระบบอุปถัมภ์ และการเล่นพรรคเล่นพวกในทุกหน่วยงานของกระบวนการยุติธรรม

๑๐. ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าสมัย ให้สอดคล้องกับสภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน พัฒนากระบวนการยุติธรรมในการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมต่อทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคเท่าเทียม สนับสนุนให้ประชาชนมีอำนาจตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างจริงจัง

ด้านการพาณิชย์และการค้า

๑. จัดให้มีกฎหมายป้องกันการผูกขาดทางการค้าที่ทำลายผู้ค้ารายย่อยและทำลายระบบการแข่งขันเสรีที่เป็นธรรมเพื่อสังคม

๒. ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ล้าหลังและไม่เอื้ออำนวยต่อการส่งเสริมการค้าและพัฒนากลไกของรัฐให้มีความทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก

๓. สนับสนุนธุรกิจการค้าขนาดเล็กให้สามารถดำรงอยู่ได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งด้านเงินทุนดำเนินงานและองค์ความรู้เพื่อการพัฒนากิจการให้ก้าวหน้ามั่นคง

๔. ขยายตลาดการค้าในต่างประเทศให้กับสินค้าส่งออกของไทยให้มากขึ้นและมั่นคงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการเจรจาสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ ซึ่งวางอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

๕. สนับสนุนและสร้างเสริมปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคมขนส่ง การติดต่อสื่อสาร ภาษีอากร และความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อกับหน่วยงานราชการ

๖. สร้างกลไกด้านคุ้มครองผู้บริโภคด้วยมาตรการให้ความคุ้มครองในการตรวจสอบเสนอสินค้าและบริการต่างๆต่อประชาชนได้อย่างถูกต้องทันท่วงที